คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์( Offenses Related to Property Case)

คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์( Offenses Related to Property Case)

ตัวอย่างคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินและคำพิพากษาศาลฎีกา

การกระทำความผิดที่กระทบต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ลักษณะ ๑๒ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (มาตรา ๓๓๔ – ๓๖๖) คือบทบัญญัติเกี่ยวกับ การกระทำความผิดที่กระทบต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมย ชิงทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือการทำลายทรัพย์ โดยแบ่งออกเป็น 8 หมวดหลัก ดังนี้:

หมวด ๑ ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ (มาตรา ๓๓๔ – ๓๓๖ ทวิ)

หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ (มาตรา ๓๓๗ – ๓๔๐ ตรี)

หมวด ๓ ความผิดฐานฉ้อโกง (มาตรา ๓๔๑ – ๓๔๘)

หมวด ๔ ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ (มาตรา ๓๔๙ – ๓๕๑)

หมวด ๕ ความผิดฐานยักยอก (มาตรา ๓๕๒ – ๓๕๖)

หมวด ๖ ความผิดฐานรับของโจร (มาตรา ๓๕๗)

หมวด ๗ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา ๓๕๘ – ๓๖๑)

หมวด ๘ ความผิดฐานบุกรุก (มาตรา ๓๖๒ – ๓๖๖)

           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2529 จำเลยทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันเข้าไปเติมน้ำมันเบนซินที่บ้านผู้เสียหายจำนวน5ลิตรเมื่อเติมน้ำมันเสร็จภริยาผู้เสียหายทวงเงินค่าน้ำมันจำเลยที่2ถือลูกกลมๆอยู่ในมือซึ่งภริยาผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นลูกระเบิดแต่ฟังไม่ได้แน่นอนว่าใช่หรือไม่พูดว่าไม่มีเงินมีไอ้นี่เอาไหมแล้วจำเลยทั้งสองก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปการกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหายเพียงเพื่อจะเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์โดยไม่ชำระราคาเท่านั้นการที่จำเลยที่2ถือลูกกลมๆอยู่ในมือและพูดเช่นนั้นเป็นวิธีการที่จะใช้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหาใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ไม่.ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.อ. ม. 335, ม. 340, ม. 341 ป.วิ.อ. ม. 192

             คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568 จำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการโพสต์ข้อความในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ชักชวนให้ฝากออมเงินพร้อมเสนอผลตอบแทนสูง โดยปกปิดความจริงว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนจริง แต่ใช้วิธีหมุนเวียนเงินจากผู้ฝากรายใหม่ไปจ่ายให้รายเก่า การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งสองโดยหลงเชื่อกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจ เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีส่วนร่วมกับจำเลยทั้งสองในการกระทำความผิด หรือรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือรู้เห็นกับการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดต่อกฎหมาย โจทก์ทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย มีอำนาจฟ้อง

             ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนนั้น ความผิดสำเร็จอยู่ที่ผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อ และแต่ละคนโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองโพสต์ลงในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์และข้อความที่โพสต์ยังคงอยู่ต่อเนื่องและโจทก์ทั้งสองโอนเงินให้จำเลยตามวันเดือนปีที่โจทก์ทั้งสองเชื่อซึ่งเกิดจากกลอุบายหรือวิธีหลอกลวงของจำเลยทั้งสองแต่ละครั้ง ความผิดสำเร็จจึงเกิดขึ้นตามการโอนเงินที่โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อและโอนให้แก่จำเลยทั้งสองสำหรับการหลอกลวงในแต่ละครั้งสำหรับโจทก์แต่ละคน เมื่อได้ความว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ที่ 1 ให้โอนเงินให้จำเลยทั้งสอง 5 ครั้ง โจทก์ที่ 1 โอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง 5 ครั้ง จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่างกัน และการที่โจทก์ที่ 2 โอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยทั้งสองตามคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ที่ 2 จำนวน 3 ครั้ง แม้จะโอนเงินให้จำเลยทั้งสองสำหรับการหลอกลวงครั้งแรกรวม 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว แต่โจทก์ที่ 2 ยังโอนเงินให้จำเลยทั้งสองตามที่ถูกหลอกลวงอีก จึงเป็นความผิดอีก 2 กรรม แยกต่างหากจากกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองรวม 8 กรรม ตามฟ้องชอบแล้ว ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.อ. ม. 83, ม. 91, ม. 343  ป.วิ.อ. ม. 2 (4)

หมายเหตุ การปรับใช้บทกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรายกรณีไป

อ้างอิง กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ,ประมวลกฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ติอต่อ ⚖️

 เพจ Facebook : บริษัทกฎหมายจักรพงษ กิมติน

 เพจ Facebook  : ทนายแพรว ดาวัลย์

www : chakphongklawfirm.com

📞 0949751151,0625432502