คดีที่ดิน(Land Dispute Case)

คดีที่ดิน(Land Dispute Case)

คดีที่ดิน หมายถึง คดีความที่เกี่ยวข้องกับ สิทธิในที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กรรมสิทธิ์ การครอบครอง การโอน การแบ่งแยก การบุกรุก การรังวัดแนวเขต การเช่าที่ดิน หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3 น.ส.3 ก. เป็นต้น ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวนมาก การปรับใช้บทกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรายกรณีไป  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดิน:  อาทิ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ,พระราชบัญญัติที่ดิน พ.ศ. 2497 (Land Code) ,พระราชบัญญัติการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร พ.ศ. 2553 ,พระราชบัญญัติการพัฒนาและการใช้ที่ดิน พ.ศ. 2522 ,พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2557 ,พระราชบัญญัติการป้องกันและการฟื้นฟูทรัพยากรที่ดิน พ.ศ. 2552 ,พระราชบัญญัติการควบคุมการใช้ที่ดิน พ.ศ. 2522 ,พระราชบัญญัติการใช้ที่ดินของรัฐ (Public Land Act) ,พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518,พระราชบัญญัติการจัดหาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พ.ศ. 2535 ,พระราชบัญญัติการจัดการและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. 2535 ,พระราชบัญญัติการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ,พระราชบัญญัติการป่าไม้ พ.ศ. 2484 ,พระราชบัญญัติคุ้มครองและพัฒนาทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2541 ,พระราชบัญญัติการป้องกันและรักษาผืนดิน พ.ศ. 2547 ,พระราชบัญญัติคุ้มครองที่ดินสาธารณะ พ.ศ. 2497 ฯลฯ

ตัวอย่างประเภทของคดีที่ดิน

  1. คดีพิพาทกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เช่น ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริง
  2. คดีครอบครองปรปักษ์ เช่น ผู้หนึ่งครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย ต่อเนื่องครบ 10 หรือ 20 ปี แล้วขอให้ศาลรับรองสิทธิในที่ดินนั้น
  3. คดีบุกรุกที่ดิน เช่น ฟ้องให้ขับไล่ผู้ที่เข้าใช้ที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกค่าเสียหาย
  4. คดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ เช่น ฟ้องให้ศาลเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพิกถอน เรียกคืนการให้ ขอให้นิติกรรมเป็น โมฆะ โมฆะ
  5. คดีแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน เช่น ญาติพี่น้องร่วมกันถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แล้วไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ จึงฟ้องให้ศาลแบ่ง
  6. คดีเช่าที่ดิน / สิทธิการเช่า เช่น ฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ไม่ชำระค่าเช่าหรือฝ่าฝืนสัญญาเช่า
  7. คดีรังวัดแนวเขต เช่น พิพาทกันเรื่องแนวเขตที่ดิน ฟ้องศาลขอให้ตั้งผู้ชำนาญการรังวัดแนวเขตให้ชัดเจน
  8. คดีทางจำเป็น ภาระจำยอม ขอเปิดทางสาธารณะ แบ่งที่ดิน
  9. และหรืออื่นๆ ฯลฯ

ตัวอย่างคดีที่ดินและคำพิพากษาศาลฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2551 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยโดยเสน่หา เหตุที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุที่จำเลยซึ่งเป็นผู้รับประพฤติเนรคุณตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (3) นั้น จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ให้มีความจำเป็นเพราะขาดแคลนปัจจัยในการดำรงชีวิต แล้วผู้ให้ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้รับ และผู้รับอยู่ในฐานะที่จะให้ได้โดยไม่เดือดร้อน แล้วผู้รับปฏิเสธที่จะให้นั้น การที่จำเลยจะขายที่ดินที่โจทก์ยกให้แต่ถูกโจทก์ห้ามปราม จำเลยจึงไปอยู่เสียที่อื่นจนโจทก์ต้องไปอาศัยอยู่กับน้องสาวนั้น จะฟังว่าโจทก์ได้ขอความช่วยเหลือจากจำเลยและจำเลยอยู่ในฐานะที่จะให้ความช่วยเหลือโจทก์ได้โดยไม่เดือดร้อน แล้วจำเลยไม่ช่วยเหลือหาได้ไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ตามฟ้อง ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องป.พ.พ. ม. 531 (3)

ในกรณี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2550 โจทก์เจ็บป่วยไปขอความช่วยเหลือจากจำเลย จำเลยไม่พอใจพร้อมพูดว่า บักหมามึงแก่แล้ว พูดจากลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ มึงไม่มีศีลธรรม มึงไปตายที่ไหนก็ไป ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จึงมีเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณที่โจทก์ถอนคืนการให้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) โจทก์ถอนคืนการให้ได้ ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. ม. 531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528/2566 ผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์โดยไม่ได้ยึดถือที่ดินตามสัดส่วนของเจ้าของรวมและครอบครองที่ดินพิพาทโดยไม่ทราบว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าของรวม แสดงถึงเจตนาของผู้ร้องทั้งสองว่าครอบครองที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับรู้ถึงสิทธิของเจ้าของรวมทั้งฝ่ายที่ส่งมอบการครอบครองต่อ ๆ มาแก่ตนและเจ้าของรวมฝ่ายผู้คัดค้านจึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของเอง หาใช่ครอบครองในฐานะเจ้าของรวมหรือผู้สืบสิทธิจากเจ้าของรวมอันจะต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินแก่เจ้าของรวมไม่ เมื่อผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. ม. 1382

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4018/2559 พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคสอง และมาตรา 39 กำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดมีอำนาจหน้าที่จัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดเพื่อประโยชน์ของเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง โดยกำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดใช้สิทธิของเจ้าของร่วมในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดได้อีกด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าทางพิพาทตกเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความแก่ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารชุดอันเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดแล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองปิดกั้นทางพิพาท จนเป็นเหตุให้เจ้าของห้องชุดและโจทก์ไม่อาจใช้ประโยชน์จากทางพิพาทเพื่อเป็นเส้นทางผ่านเข้าออกจากถนนสาธารณะสู่อาคารชุดโจทก์ได้ดังเดิม การที่โจทก์ยื่นฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเปิดทางพิพาทและให้ไปจดทะเบียนภาระจำยอมแก่ที่ดินอันเป็นทรัพย์ส่วนกลางของโจทก์ จึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะที่โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทั้งหมดนั่นเอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2558) ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ม. 33 วรรคสอง, ม. 39

หมายเหตุ การปรับใช้บทกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรายกรณีไป

อ้างอิง กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ,ประมวลกฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ติอต่อ ⚖️

 เพจ Facebook : บริษัทกฎหมายจักรพงษ กิมติน

 เพจ Facebook  : ทนายแพรว ดาวัลย์

www : chakphongklawfirm.com

📞 0949751151,0625432502