คดีสัญญา (Breach of Contract Case)

คดีสัญญา (Breach of Contract Case)

ความหมายของคดีสัญญา จะมีวงกว้างมาก คดีสัญญาคือคดีแพ่งที่เกิดจากการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันที่ตกลงกันไว้ในสัญญา เช่น ไม่ชำระเงิน ไม่ส่งมอบสินค้า หรือส่งมอบของชำรุด เป็นต้น มาตราที่เกี่ยวข้องในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  อาทิ

บรรพ 1: บทเบื้องต้น

  • มาตรา 5: หลักความสุจริต
  • มาตรา 14 – 19: ความสามารถในการทำนิติกรรม (เช่น ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ)
  • มาตรา 150 – 172: ข้อกำหนดเกี่ยวกับ โมฆะกรรม/โมฆียกรรม/ภาวะบังคับ
  • มาตรา 164 – 170: แบบของนิติกรรมและการตีความสัญญา
  • หมวด 2: อายุความ (มาตรา 193/27 ถึง 193/39)

หมายเหตุ

-กำหนดอายุความหลักทั่วไปคือ 10 ปี หากเป็นสัญญาที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ (ม. 193/30)

-กำหนดอายุความสัญญาที่กฎหมายระบุไว้เฉพาะ เช่น ซื้อขายรายวัน ค่าเช่า ฯลฯ จะมีอายุความ 2 ปี (ม. 193/34)

-กำหนดอายุความการรับรองหนี้หรือที่เรียกว่ารับสภาพหนี้/ผ่อนชำระ ถือว่าเริ่มนับอายุความใหม่ (ม. 193/35)

-กำหนดอายุความหากฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เยาว์ อาจเริ่มนับอายุความเมื่อครบ 20 ปีบริบูรณ์ (ม. 193/29)

บรรพที่ 2: หนี้

  • หมวด1 วัตถุแห่งหนี้: มาตรา 194-202
  • หมวด 2 ผลแห่งหนี้: มาตรา 203 – 289
  • หมวด 3 ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน: มาตรา 290-302
  • หมวด 4 การโอนสิทธิเรียกร้อง: มาตรา 303 – 313
  • หมวด 5 การระงับหนี้: มาตรา 314 – 353

บรรพที่ 3: สัญญา

  • ลักษณะ 1 บทเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญา: มาตรา 354 – 393
  • ลักษณะ 2 ประเภทของสัญญาเฉพาะ เช่น
    • สัญญาจะซื้อจะขาย: มาตรา 453 – 498
    • สัญญาจ้างแรงงาน: มาตรา 575 – 586
    • สัญญาจ้างทำของ: มาตรา 587 – 607
    • สัญญากู้ยืมเงิน: มาตรา 653 – 656
    • สัญญาค้ำประกัน: มาตรา 681 – 709

ฯลฯ

ตัวอย่างคดีสัญญาและคำพิพากษาศาลฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2567 การกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษที่ศาลจะสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ได้นั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้กำหนดให้มีการชดใช้ค่าเสียหายที่แท้จริงเสียก่อนเพื่อนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ แต่คดีนี้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินตามสัญญาซื้อขายห้องชุดแก่ผู้บริโภค พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยรับเงินไป โดยให้ผู้บริโภคจดทะเบียนห้องชุดพิพาทคืนแก่จำเลยอันเป็นผลมาจากสัญญาซื้อขายห้องชุดเลิกกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง มิได้เป็นการกำหนดค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยผิดสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคท้าย ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. ม. 391 วรรคหนึ่ง, ม. 391 วรรคท้าย, พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ม. 42 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567 โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยเป็นผู้ขออนุญาตและปลูกสร้างเอง การที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยอยู่ในที่ดินอีก 13 เดือน แม้ไม่ได้ระบุถึงกรณีให้รื้อถอนหรือขนย้ายถังแก๊สใต้ดิน ถังน้ำมันใต้ดิน และอื่น ๆ ไว้ด้วยก็ตาม แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้ตกลงให้ทรัพย์สินของจำเลยบนที่ดินพิพาทตกเป็นของโจทก์ ไม่มีเหตุที่โจทก์จะเก็บถังน้ำมัน ถังเก็บแก๊สแอลพีจี และสิ่งปลูกสร้างของจำเลยไว้ ตามพฤติการณ์แห่งคดี เห็นได้ว่า ขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยต้องการย้ายทรัพย์สินของตนออกจากที่ดินพิพาท และโจทก์ต้องการให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินของจำเลยออกไปจากที่ดินเช่นกัน เมื่อจำเลยไม่ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทจึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์บังคับคดีได้ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. ม. 850, ป.วิ.พ. ม. 138, ม. 274,ป.พ.พ. ม. 171

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3038/2566 โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปได้พบโฆษณาโครงการของจำเลยที่ 1 ผ่านเว็บไซต์ยูทูบย่อมเข้าใจได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมความงามโดยมีโรงพยาบาลชั้นนำได้มาตรฐานระดับโลกร่วมอยู่ในโครงการของจำเลยที่ 1 และการผ่าตัดศัลยกรรมกับโครงการของจำเลยที่ 1 จะไม่มีผลกระทบ ไม่บวม ไม่เจ็บ ฟื้นตัวเร็ว ไร้รอยแผลเป็น และจะได้รับการบริการในราคาถูก ซึ่งข้อความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกระทำเพื่อให้ประชาชนพบเห็นหรือทราบข้อความที่จำเลยที่ 1 แสดงไว้ในวิดีโอคลิปดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะถือว่าเป็นการโฆษณาเพื่อประโยชน์ในทางการค้าของจำเลยที่ 1 แล้ว ยังถือว่าการที่จำเลยที่ 1 หรือตัวแทนของจำเลยที่ 1 สนทนากับโจทก์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตามบันทึกการสนทนานั้นเป็นการที่จำเลยที่ 1 ให้คำรับรอง หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ในขณะทำสัญญาว่าผู้ประกอบธุรกิจตกลงจะมอบให้หรือจัดหาให้ซึ่งสิ่งของ บริการหรือสาธารณูปโภคอื่นใด หรือจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้บริโภคเพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้บริโภคเข้าทำสัญญาอันถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเข้าร่วมโครงการของจำเลยที่ 1 ตามความหมายของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ มาตรา 11 แล้ว เมื่อเป็นการโฆษณาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง จำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดในความเสียหายแก่โจทก์

คดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยทั้งสี่ผิดสัญญาหรือทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาททั้งในเรื่องผิดสัญญาและละเมิด เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาให้บริการทางการแพทย์ มิใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 ในมูลละเมิด ความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์จึงเป็นความรับผิดอันเกิดจากสัญญา ซึ่งสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาให้บริการทางการแพทย์อันเป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่มิได้มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 โจทก์นำคดีมาฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ การที่จำเลยที่ 1 ดำเนินโครงการโดยจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีผลประโยชน์ร่วมกันอันมีลักษณะเป็นหุ้นส่วนกัน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ ตามกฎหมายและมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.พ.พ. ม. 193/30 ,พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ม. 11

 

คำฟ้องเรียกอะไรได้บ้าง?ในคดีสัญญา โจทก์สามารถเรียกร้องได้ตามลักษณะความเสียหาย เช่น

1.ให้ชำระเงินตามที่ตกลงในสัญญา

2.ดอกเบี้ยผิดนัด (ตาม มาตรา 224)

3.ค่าเสียหายที่เกิดจากการผิดสัญญา (มาตรา 222)

4.ค่าทนายความ/ค่าธรรมเนียมศาล

5.ให้จำเลยส่งมอบสินค้า/คืนทรัพย์/ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา

6.บังคับจำเลยให้เลิกฝ่าฝืนสัญญา หรือยกเลิกสัญญาได้ (กรณีละเมิดร้ายแรง)

หมายเหตุ การปรับใช้บทกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรายกรณีไป

อ้างอิง กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ,ประมวลกฎหมาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ติอต่อ ⚖️

 เพจ Facebook : บริษัทกฎหมายจักรพงษ กิมติน

 เพจ Facebook  : ทนายแพรว ดาวัลย์

www : chakphongklawfirm.com

📞 0949751151,0625432502